Lookkid
กลับไปหน้าสาระน่ารู้
ข่าวเศรษฐกิจอ่านประมาณ 9 นาที

สิงหาคมชี้ชะตาเศรษฐกิจไทย จับตาเงินเฟ้อ–GDP ไตรมาส 2–ดอกเบี้ย กนง. ท่ามกลางค่าครองชีพสูงและการฟื้นตัวที่ยังไม่ทั่วถึง

เดือนสิงหาคม 2569 นับเป็นเดือนสำคัญของเศรษฐกิจไทย ทั้งตัวเลขเงินเฟ้อ GDP ไตรมาส 2 และผลการประชุม กนง. ท่ามกลางค่าครองชีพสูงและการฟื้นตัวที่ยังไม่ทั่วถึง

แชร์บทความFacebookLINELinkedIn
สิงหาคมชี้ชะตาเศรษฐกิจไทย จับตาเงินเฟ้อ–GDP ไตรมาส 2–ดอกเบี้ย กนง. ท่ามกลางค่าครองชีพสูงและการฟื้นตัวที่ยังไม่ทั่วถึง

กรุงเทพฯ, 25 กรกฎาคม 2569 — เดือนสิงหาคม 2569 มีแนวโน้มเป็นเดือนสำ คัญของเศรษฐกิจไทย เนื่องจากจะมีการเปิดเผยข้อมูลขนาดใหญ่หลายรายการ ทั้งตัวเลขเงินเฟ้อ ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ GDP ไตรมาสที่ 2 และผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. ภาพรวมเบื้องต้นสะท้อนว่าเศรษฐกิจไทยยังสามารถขยายตัวได้ แต่เป็นการเติบโตที่ไม่สม่ำ เสมอ โดยภาคส่งออก เทคโนโลยีการลงทุนบางประเภท และการท่องเที่ยวบางตลาดยังช่วยประคองเศรษฐกิจ ขณะที่ครัวเรือน ธุรกิจขนาดเล็ก และกลุ่มที่มีภาระหนี้สูงยังได้รับแรงกดดันจากค่าครองชีพและรายได้ที่ฟื้นตัวไม่ทันต้นทุน ธนาคารแห่งประเทศไทยประเมินเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 ว่า เศรษฐกิจไทยปี 2569 มีโอกาสขยายตัวประมาณ 2.3% สูงกว่าการประเมินครั้งก่อน แต่ย้ำ ว่าการฟื้นตัวยังคงอยู่ในระดับต่ำ และกระจายตัวไม่ทั่วถึง ส่วนสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติประเมินกรอบการเติบโตของปีนี้ไว้ที่ 1.5–2.5% โดยมีค่ากลางประมาณ 2.0%

1. เงินเฟ้อเดือนกรกฎาคมอาจยังอยู่ในระดับสูง

ข้อมูลแรกที่ต้องจับตาจะประกาศในวันที่ 6 สิงหาคม 2569 คือดัชนีราคาผู้บริโภคประจำ เดือนกรกฎาคม หลังจากเงินเฟ้อทั่วไปเดือนมิถุนายนอยู่ที่ 2.42% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

เดือนสิงหาคมจึงมีโอกาสเริ่มต้นด้วยความกังวลเรื่องค่าครองชีพ โดยเฉพาะราคาพลังงาน ค่าเดินทาง ค่าไฟฟ้า อาหารสำ เร็จรูป และสินค้าอุปโภคบริโภคที่อาจทยอยสะท้อนต้นทุนการผลิตและการขนส่งที่สูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม ยังไม่ควรสรุปว่าสินค้าทุกประเภทจะปรับราคาเพิ่มพร้อมกัน เพราะข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทยในเดือนพฤษภาคมพบว่า ผู้ประกอบการเริ่มส่งผ่านต้นทุนไปยังสินค้าบางกลุ่ม แต่ยังไม่เห็นการปรับราคาที่กระจายตัวเป็นวงกว้าง

สิ่งที่ประชาชนอาจสัมผัสได้ในเดือนสิงหาคมจึงไม่ใช่เพียง “เงินเฟ้อสูงขึ้น” ในเชิงตัวเลข แต่เป็นความรู้สึกว่าเงินจำ นวนเท่าเดิมซื้อสินค้าและบริการได้น้อยลง โดยเฉพาะครัวเรือนรายได้น้อยและครอบครัวที่มีค่าเดินทางสูง

2. GDP ไตรมาส 2 จะเป็นบททดสอบว่าเศรษฐกิจไทยแข็งแรงจริงหรือไม่

วันที่ 17 สิงหาคม 2569 สภาพัฒน์มีกำ หนดประกาศ GDP ไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 ซึ่งจะเป็นตัวเลขสำ คัญที่สุดตัวหนึ่งของเดือน

เศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกขยายตัว 2.8% แต่คำ ถามสำ คัญคือ โมเมนตัมดังกล่าวจะต่อเนื่องมายังไตรมาสที่ 2 ได้มากน้อยเพียงใด โดยต้องพิจารณาทั้งผลกระทบจากราคาพลังงาน ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง การชะลอตัวของกำ ลังซื้อ และความผันผวนของการค้าโลก

จากข้อมูลล่าสุดของธนาคารแห่งประเทศไทย เศรษฐกิจเดือนพฤษภาคมทรงตัวจากเดือนก่อน การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนปรับดีขึ้นเล็กน้อย โดยเฉพาะยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า ขณะที่การผลิตอุตสาหกรรมและการส่งออกสินค้าบางประเภทปรับลดลงหลังเร่งตัวมากในช่วงก่อนหน้า

ฉันประเมินว่า GDP ไตรมาส 2 มีโอกาสออกมาในลักษณะ “ยังโต แต่ไม่ได้แข็งแรงทุกส่วน” หากตัวเลขอยู่ใกล้ระดับไตรมาสแรก ตลาดอาจมองว่าเศรษฐกิจไทยรับมือกับแรงกระแทกด้านพลังงานได้ดีกว่าคาด แต่หากชะลอลงอย่างชัดเจน ความกังวลจะกลับไปอยู่ที่กำ ลังซื้อภายในประเทศและความสามารถของภาคธุรกิจในการรับต้นทุนที่สูงขึ้น

3. กนง.มีแนวโน้มคงดอกเบี้ย แต่ประตูขึ้นดอกเบี้ยยังไม่ปิด

การประชุม กนง.วันที่ 26 สิงหาคม 2569 จะเป็นอีกเหตุการณ์สำ คัญ หลังจากการประชุมเดือนมิถุนายนมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00%

ในภาวะปกติ เศรษฐกิจที่ขยายตัวไม่สูงและครัวเรือนมีหนี้จำ นวนมากจะสนับสนุนให้ กนง.คงดอกเบี้ยในระดับต่ำ แต่สถานการณ์ครั้งนี้ซับซ้อนขึ้นเพราะเงินเฟ้อมีแนวโน้มเร่งตัวจากราคาพลังงาน ธนาคารแห่งประเทศไทยประเมินเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยทั้งปี 2569 ไว้ที่ 2.8% และคาดว่าเงินเฟ้อในช่วงที่เหลือของปีอาจสูงกว่ากรอบเป้าหมายเป็นระยะ

ฉันประเมินว่า กรณีฐานคือ กนง.คงดอกเบี้ยที่ 1.00% เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมและหลีกเลี่ยงการเพิ่มภาระให้ลูกหนี้ แต่ถ้าเงินเฟ้อสูงกว่าคาด ราคาพลังงานกลับมาพุ่งแรง หรือเงินบาทอ่อนค่ารวดเร็ว โอกาสที่ กนง.จะส่งสัญญาณเข้มงวดขึ้นจะเพิ่มขึ้น แม้อาจยังไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยทันทีในการประชุมรอบนี้

ผลต่อประชาชนคือ ดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารอาจยังไม่ลดลงอย่างมีนัยสำ คัญ ผู้กู้บ้าน ผู้ประกอบการรายเล็ก และผู้มีหนี้หมุนเวียนจึงยังต้องบริหารกระแสเงินสดอย่างระมัดระวัง

4. ค่าเงินบาทมีโอกาสผันผวนสูงกว่าปกติ

เงินบาทในเดือนสิงหาคมอาจเคลื่อนไหวผันผวนตามทิศทางเงินดอลลาร์ ราคาน้ำ มัน กระแสเงินทุนต่างชาติ ตัวเลขเศรษฐกิจไทย และความคาดหวังเรื่องดอกเบี้ยของทั้งไทยและสหรัฐฯ

ธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า การอ่อนค่าของเงินบาทช่วงที่ผ่านมาเกิดจากทั้งเงินดอลลาร์ที่แข็งขึ้นและเงินทุนไหลออกจากตลาดหุ้นไทย พร้อมยืนยันว่าจะดูแลความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ

เงินบาทอ่อนช่วยเพิ่มรายได้เมื่อแปลงกลับเป็นเงินบาทให้ผู้ส่งออกและธุรกิจที่รับเงินจากต่างประเทศ แต่ในอีกด้านหนึ่งจะเพิ่มต้นทุนนำ เข้าน้ำ มัน วัตถุดิบ เครื่องจักร และสินค้าเทคโนโลยี

ดังนั้น สิ่งที่ต้องจับตาไม่ใช่เพียงว่าเงินบาทจะอยู่ที่ระดับใด แต่คือความเร็วในการเปลี่ยนแปลง หากค่าเงินเคลื่อนไหวเร็วเกินไป ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กที่ไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนอาจได้รับผลกระทบมากกว่าบริษัทขนาดใหญ่

5. ส่งออกยังเป็นความหวัง แต่ตัวเลขอาจชะลอจากฐานสูง

การส่งออกยังมีแนวโน้มเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีอุปกรณ์ที่เชื่อมโยงกับ AI และสินค้าบางกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากการย้ายฐานการผลิต

ธนาคารแห่งประเทศไทยประเมินว่ามูลค่าส่งออกของไทยในปี 2569 อาจขยายตัวประมาณ 14% แต่การขยายตัวดังกล่าวส่วนหนึ่งมาจากแรงส่งที่สูงและโครงสร้างสินค้าบางประเภท ไม่ได้หมายความว่าผู้ส่งออกทุกอุตสาหกรรมจะได้รับประโยชน์เท่ากัน

เดือนสิงหาคมมีโอกาสเห็นตัวเลขส่งออกที่ยังอยู่ในระดับดี แต่ชะลอลงจากช่วงที่มีการเร่งส่งสินค้าล่วงหน้า โดยอุตสาหกรรมยานยนต์แบบดั้งเดิม ผู้ผลิตชิ้นส่วนบางกลุ่ม สินค้าเกษตร และธุรกิจที่แข่งขันด้วยราคาอาจเผชิญแรงกดดันมากกว่ากลุ่มเทคโนโลยี

ความเสี่ยงสำ คัญยังมาจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และการตรวจสอบสินค้าที่อาจถูกมองว่าใช้ไทยเป็นเส้นทางส่งผ่านไปยังตลาดประเทศที่สาม

6. ท่องเที่ยวฟื้นแบบเลือกตลาด และยังถูกกดดันจากต้นทุนเดินทาง

เดือนสิงหาคมอยู่ในช่วงฤดูฝนของไทย จึงไม่ใช่ฤดูกาลท่องเที่ยวสูงสุดในหลายพื้นที่ แต่ยังได้รับแรงสนับสนุนจากการเดินทางช่วงวันหยุด ตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกล และกิจกรรมภายในประเทศ

ข้อมูลเดือนพฤษภาคมระบุว่า รายรับและจำ นวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น โดยได้รับแรงสนับสนุนจากตลาดระยะไกล รวมถึงนักท่องเที่ยวจีนและมาเลเซียในช่วงวันหยุดยาว อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวระยะใกล้บางตลาดลดลง และสายการบินบางแห่งปรับลดเที่ยวบินจากต้นทุนพลังงานที่สูง

จึงมีโอกาสที่ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และค้าปลีกในเมืองท่องเที่ยวหลักจะยังมีรายได้ แต่การฟื้นตัวอาจกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่และผู้ประกอบการบางกลุ่ม ขณะที่จังหวัดที่พึ่งพานักท่องเที่ยวจีนหรือเที่ยวบินราคาประหยัดอาจฟื้นตัวได้ช้ากว่า

7. กำลังซื้อในประเทศยังเป็นจุดเปราะบางที่สุด

แม้ตัวเลขมหภาคบางด้านดูดีขึ้น แต่ความรู้สึกของประชาชนอาจแตกต่างจากตัวเลข GDP เนื่องจากรายได้ของหลายครัวเรือนเติบโตช้ากว่าค่าใช้จ่าย ขณะที่หนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูงถึง 86.8% ของ GDP ตามข้อมูลล่าสุดที่สภาพัฒน์เผยแพร่

เดือนสิงหาคมเป็นช่วงที่หลายครอบครัวมีค่าใช้จ่ายต่อเนื่องจากการศึกษา การเดินทาง ค่าพลังงาน และภาระผ่อนชำ ระ หากไม่มีมาตรการช่วยเหลือใหม่ การบริโภคอาจฟื้นเฉพาะสินค้าและบริการจำ เป็น หรือสินค้าที่ช่วยลดต้นทุนในระยะยาว เช่น รถยนต์ไฟฟ้า อุปกรณ์ประหยัดพลังงาน และสินค้าที่มีโปรโมชั่นผ่อนชำ ระ

ผู้ประกอบการจึงอาจพบว่าลูกค้ายังซื้อสินค้า แต่ใช้เวลาตัดสินใจนานขึ้น เปรียบเทียบราคามากขึ้น และเลือกซื้อเฉพาะสิ่งที่เห็นความจำ เป็นหรือความคุ้มค่าอย่างชัดเจน

บทสรุป: สิงหาคมอาจไม่ใช่เดือนวิกฤต แต่เป็นเดือนแห่งการทดสอบ

เศรษฐกิจไทยในเดือนสิงหาคม 2569 มีแนวโน้มอยู่ในภาวะ “โตต่อได้ แต่ค่าครองชีพกดดัน และการฟื้นตัวยังไม่ถึงทุกคน”

ปัจจัยบวกมาจากการส่งออกสินค้าเทคโนโลยี การลงทุนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมใหม่ การใช้จ่ายภาครัฐ และรายได้จากนักท่องเที่ยวบางตลาด ส่วนปัจจัยลบคือราคาพลังงาน เงินเฟ้อ หนี้ครัวเรือน กำ ลังซื้อที่เปราะบาง และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก

ปฏิทินเศรษฐกิจสำ คัญเดือนสิงหาคม 2569

  • 6 สิงหาคม: กระทรวงพาณิชย์ประกาศเงินเฟ้อเดือนกรกฎาคม
  • 17 สิงหาคม: สภาพัฒน์ประกาศ GDP ไตรมาส 2 ปี 2569
  • 26 สิงหาคม: กนง.ประกาศผลการประชุมนโยบายการเงิน

ดังนั้น เดือนสิงหาคมอาจไม่ใช่เดือนที่เศรษฐกิจไทยเปลี่ยนทิศทางทันที แต่จะเป็นเดือนที่ทำ ให้เราเห็นชัดขึ้นว่า แรงส่งจากการส่งออกและภาครัฐเพียงพอหรือไม่ที่จะชดเชยค่าครองชีพที่สูงขึ้นและการบริโภคภายในประเทศที่ยังฟื้นตัวอย่างจำ กัด

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ได้แก่ เงินเฟ้อด้านพลังงาน ทิศทางเงินบาท ผล GDP ไตรมาส 2 การตัดสินใจของ กนง. และมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพของภาครัฐ เพราะทั้งห้าปัจจัยจะกำ หนดบรรยากาศเศรษฐกิจไทยในช่วงปลายไตรมาส 3 ต่อเนื่องไปจนถึงปลายปี 2569

อ้างอิงข้อมูล

  • ธนาคารแห่งประเทศไทย: Economic Outlook ณ วันที่ 24 มิถุนายน 2569, ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน ครั้งที่ 3/2569 และ Monetary Policy Forum 2/2569
  • สำ นักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ: ภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 1 ปี 2569 และปฏิทินการเผยแพร่ GDP ไตรมาสที่ 2 ปี 2569
  • สำ นักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์: รายงานดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนมิถุนายน 2569

หมายเหตุ: เนื้อหาเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจเดือนสิงหาคม 2569 เป็นการวิเคราะห์จากข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 25 กรกฎาคม 2569 ไม่ใช่การยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

CHECKLIST

เช็กให้ครบก่อนตัดสินใจ

จับตาเงินเฟ้อด้านพลังงาน
ติดตามทิศทางเงินบาท
รอผล GDP ไตรมาส 2
ติดตามการตัดสินใจของ กนง.
จับตามาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพของภาครัฐ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อช่วยประกอบความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงิน การแพทย์ หรือการรับรองว่าผลิตภัณฑ์ใดเหมาะกับทุกคน เงื่อนไขจริงขึ้นอยู่กับสัญญา กรมธรรม์ ผู้ให้บริการ และข้อมูลเฉพาะบุคคล โปรดอ่านเอกสารและสอบถามผู้ให้บริการหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ