วงเวียนใหญ่วิกฤต ดินขยับน้ำทะลักอุโมงค์สายสีม่วงใต้ ถนนประชาธิปกทรุดเพิ่ม 20 ซม. สั่งปิดทาง-อพยพด่วน เตือนระวังภาพเก่าแชร์ว่อน!
ถนนประชาธิปกใกล้วงเวียนใหญ่ทรุดตัวเพิ่มจากปัญหาน้ำรั่วซึมเข้าสู่อุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ กทม. สั่งปิดถนน อพยพประชาชนในรัศมีเสี่ยง และเตือนประชาชนตรวจสอบภาพเก่าก่อนแชร์

กรุงเทพฯ, 10 กรกฎาคม 2569 - สถานการณ์ดินสไลด์และถนนทรุดตัวบริเวณถนนประชาธิปก ใกล้วงเวียนใหญ่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากเริ่มส่งสัญญาณเตือนตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา ล่าสุดกรุงเทพมหานคร (กทม.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องยกระดับมาตรการขั้นสูงสุด ประกาศปิดการจราจรและสั่งอพยพประชาชนในรัศมีเสี่ยงภัยทันที
เกิดอะไรขึ้น? ดินเคลื่อน-น้ำทะลักอุโมงค์รถไฟฟ้า
ต้นตอของวิกฤตครั้งนี้ เกิดจากมีน้ำรั่วซึมในอัตราเร่งทะลักเข้าไปในอุโมงค์และบ่อพักน้ำของโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ บริเวณแยกวงเวียนใหญ่ แรงดันน้ำใต้ดินได้พัดพาเอาชั้นดินโดยรอบเคลื่อนตัวตามไปด้วย ส่งผลให้ผิวจราจรด้านบนของถนนประชาธิปก ทรุดตัวลงเพิ่มอีกประมาณ 20 เซนติเมตร เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องกันพื้นที่ควบคุมเข้มงวด เพื่อลดแรงสั่นสะเทือนจากยวดยานพาหนะที่อาจซ้ำเติมให้ชั้นดินสไลด์ตัวมากกว่าเดิม และป้องกันอันตรายที่อาจเกิดกับโครงสร้างอาคารพาณิชย์เก่าแก่ในพื้นที่
กทม. งัดมาตรการฉุกเฉิน สั่งอพยพ-ปิดถนนยาว 1 สัปดาห์
นายกรุงเทพมหานครและทีมวิศวกรได้สั่งการเร่งด่วนเพื่อควบคุมสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง ดังนี้:
- ปิดการจราจรเต็มรูปแบบ: ปิดถนนประชาธิปก ตั้งแต่แยกบ้านแขก มุ่งหน้าวงเวียนใหญ่ ทั้งขาเข้าและขาออก โดยเบื้องต้นคาดว่าต้องใช้เวลาซ่อมแซมและประเมินความปลอดภัยประมาณ 1 สัปดาห์
- อพยพประชาชนทันที: สั่งอพยพผู้อยู่อาศัยในอาคารพาณิชย์และสิ่งปลูกสร้างในรัศมีเสี่ยงภัย 30 เมตร รอบจุดทรุดตัว รวมกว่า 60 ชีวิต ไปยังพื้นที่ปลอดภัย
- ติดตั้งระบบตรวจวัดความปลอดภัย: นำอุปกรณ์เซนเซอร์เทคโนโลยีขั้นสูงมาติดตั้งตรวจวัดการเคลื่อนตัวของโครงสร้างอาคารและชั้นดินอย่างใกล้ชิด
- แผนรองรับผลกระทบ: ประสานงานจัดการจราจรและวางแผนเยียวยาร่วมกับโรงเรียนและสถานประกอบการรอบวงเวียนใหญ่ที่ได้รับผลกระทบ
รฟม. ยันอุโมงค์ยังไม่พัง แต่ต้องเฝ้าระวัง
ด้านการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ระบุว่า จากการตรวจสอบทางวิศวกรรมในเบื้องต้น ยังไม่พบว่าโครงสร้างหลักของอุโมงค์หรือฐานรากอาคารรอบ ๆ เกิดการทรุดตัวพังทลายลงมา แต่ยอมรับว่าปัญหาน้ำรั่วซึมและดินสไลด์ใต้ผิวจราจรเป็นเรื่องวิกฤตที่ต้องเร่งอุดรอยรั่ว โดยขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปสาเหตุที่แน่ชัด ต้องรอผลการตรวจสอบทางวิศวกรรมขั้นสูงอย่างละเอียดอีกครั้ง

เจาะสถิติ 5 ปี ถนนทรุดเมืองกรุง ภัยเงียบใต้คอนกรีต
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่าปัญหา "ถนนยุบ-ดินทรุด" กลายเป็นฝันร้ายที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยเฉพาะจุดที่มีการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานใต้ดินขนาดใหญ่ จากรายงานสถิติย้อนหลัง 5 ปี (ปี 2565 - 2569) พบเหตุการณ์ถนนทรุดตัวครั้งใหญ่ที่เป็นข่าวดังและส่งผลกระทบรุนแรงอย่างน้อย 8 ครั้ง ตัวอย่างเหตุการณ์สำคัญ อาทิ:
- กุมภาพันธ์ 2565: ถนนอุดมสุข (ช่วงคลองเคล็ด) ทรุดตัวยาวกว่า 50 เมตร จากระบบน้ำใต้ดินและงานก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำ
- มิถุนายน 2567: ถนนแจ้งวัฒนะ (หน้าวัดบ่อ) ทรุดตัวลึกจากโครงการขุดร้อยสายไฟใต้ดิน
- ตุลาคม 2567: แยกเกษะโกมล ถนนนครไชยศรี ทรุดตัวเป็นหลุมลึก
- กันยายน 2568: เหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี คือเหตุถนนสามเสน หน้า รพ.วชิรพยาบาล ทรุดตัวเป็นหลุมยักษ์ลึกถึง 50 เมตร จากเหตุน้ำและดินไหลเข้าอุโมงค์ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้เช่นเดียวกัน
วอนเช็กก่อนแชร์! ระวังภาพเก่าแชร์ว่อน
ขณะนี้มีการส่งต่อภาพหลุมยุบขนาดมหึมาในโลกออนไลน์ เจ้าหน้าที่ยืนยันว่า ภาพบางส่วนเป็นภาพเก่าจากเหตุการณ์หน้า รพ.วชิรพยาบาล เมื่อปี 2568 ไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงที่วงเวียนใหญ่ในวันนี้ ขอความร่วมมือประชาชนตรวจสอบข้อมูลก่อนส่งต่อเพื่อไม่ให้เกิดความตื่นตระหนก

แนวทางการแก้ไขปัญหาในครั้งนี้และอนาคต
ในระยะเร่งด่วน วิศวกรโครงการร่วมกับ กทม. จะนำเทคนิคการฉีดสารเคมีเรซินหรือซีเมนต์เหลว (Grouting) เข้าไปอุดรอยรั่วใต้ดินเพื่อหยุดยั้งไม่ให้น้ำพัดพาชั้นดินไหลเข้ามาในอุโมงค์ ควบคู่ไปกับการถมกลับผิวจราจรด้านบนให้แน่นหนา
อย่างไรก็ตาม นักวิชาการด้านวิศวกรรมปฐพีชี้ว่า แนวทางแก้ไขในอนาคตจำเป็นต้องมีการปฏิรูปกระบวนการขุดเจาะเมืองหลวง โดยต้องเพิ่มมาตรการ "ตรวจสอบชั้นดินและน้ำบาดาลแบบ Real-time" ในทุก ๆ 10-20 เมตรของหัวเจาะ และกำหนดให้หน่วยงานก่อสร้างต้องรายงานผลการทรุดตัวของชั้นดินชั้นบนให้ กทม. รับทราบทุกวัน ไม่ใช่รอให้เกิดการทรุดตัวเห็นเด่นชัดแล้วจึงเข้าแก้ไข
แนะเส้นทางเลี่ยงสำหรับผู้เดินทาง
สำหรับผู้ที่ต้องสันทนาการหรือเดินทางเชื่อมต่อระหว่างฝั่งพระนครและฝั่งธนบุรี (วงเวียนใหญ่) ขอให้หลีกเลี่ยงถนนประชาธิปกอย่างเด็ดขาด และโปรดปรับเปลี่ยนเส้นทางไปใช้:
- สะพานพระพุทธยอดฟ้า หรือ สะพานพระปกเกล้า โดยเข้าทางถนนสมเด็จเจ้าพระยาแทน
- ถนนลาดหญ้า เพื่อวนออกเส้นทางรอบนอกแทน
- คาดการณ์ว่าการจราจรโดยรอบคลองสานและวงเวียนใหญ่จะติดขัดสะสมหนาแน่นกว่าปกติ ขอให้ประชาชนเผื่อเวลาในการเดินทางอย่างน้อย 45 - 60 นาทีในระยะนี้ครับ

ข้อมูลสถานการณ์ปัจจุบัน เหตุการณ์วันที่ 9-10 กรกฎาคม 2569
ข้อมูลรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ถนนประชาธิปก-วงเวียนใหญ่ เป็นข้อมูลชุดล่าสุดที่คุณผู้ฟัง/คุณผู้อ่าน ในฐานะแหล่งข่าวหลัก หรือต้นทางข้อมูล เป็นผู้แจ้งและส่งต่อรายละเอียดให้กับผู้สื่อข่าวโดยตรง ซึ่งประกอบด้วย:
รายละเอียดเชิงลึกและตัวเลขมาตรการ: ตัวเลขผิวถนนทรุดเพิ่ม 20 เซนติเมตร, มาตรการสั่งปิดถนนประชาธิปก (แยกบ้านแขก-วงเวียนใหญ่) 1 สัปดาห์, รัศมีอพยพ 30 เมตร (จำนวน 60 คน) รวมถึงข้อมูลทางเทคนิคของ รฟม. เรื่องโครงสร้างอุโมงค์ที่ยังไม่พังทลายแต่มีปัญหาน้ำรั่วซึม
ข้อควรระวังเรื่อง Fake News: ข้อมูลแจ้งเตือนเรื่องภาพหลุมยุบขนาดใหญ่ที่เป็นภาพเก่าจากเหตุการณ์หน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล
ข้อมูลสถิติย้อนหลัง 5 ปี และแนวทางวิศวกรรม
ข้อมูลสถิติและแนวทางการแก้ไขปัญหา เป็นการประมวลผลและอ้างอิงจากฐานข้อมูลข่าวด้านโครงสร้างพื้นฐานและอุบัติภัยในประเทศไทยในอดีต ดังนี้ครับ:
- เหตุการณ์ถนนอุดมสุขทรุดตัว (กุมภาพันธ์ 2565): อ้างอิงจากรายงานข่าวของสำนักข่าวและแถลงการณ์ของกรุงเทพมหานคร (กทม.) กรณีอุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอนทรุดตัว ส่งผลให้ถนนอุดมสุขช่วงคลองเคล็ดทรุดลึกและต้องปิดซ่อมแซมเป็นเวลานาน
- เหตุการณ์ถนนแจ้งวัฒนะ หน้าวัดบ่อ (มิถุนายน 2567): อ้างอิงจากข่าวการทรุดตัวของผิวจราจรและกำแพงวัดบ่อ อ.ปากเกร็ด ซึ่งเกิดจากโครงการขุดเจาะท่อร้อยสายไฟใต้ดินและการทรุดตัวของชั้นดินใกล้แม่น้ำเจ้าพระยา
- เหตุการณ์แยกเกษะโกมล (ตุลาคม 2567): อ้างอิงจากรายงานอุบัติภัยผิวจราจรทรุดตัวบริเวณคอสะพานข้ามคลองเปรมประชากร ถนนนครไชยศรี
- เหตุการณ์หน้า รพ.วชิรพยาบาล (กันยายน 2568): อ้างอิงจากรายงานข่าวกรณีดินสไลด์และน้ำรั่วซึมเข้าในบ่อก่อสร้าง/อุโมงค์ ของโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ช่วงสัญญาที่ 1 (ผิวจราจรบนถนนสามเสน)
- แนวทางการแก้ไขทางวิศวกรรม (Jet Grouting & Real-time Monitoring): อ้างอิงจากหลักวิศวกรรมปฐพี (Geotechnical Engineering) และแนวทางปฏิบัติทั่วไปของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ที่มักเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาดินทรุดตัวจากการขุดเจาะอุโมงค์ในชั้นดินเหนียวกรุงเทพฯ

5 เช็กลิสต์ด่วน! สำหรับคนฝั่งธนฯ ที่ต้องผ่านเส้นทางนี้
หากคุณเป็นคนที่ต้องใช้ชีวิต ทำงาน หรือเรียนหนังสืออยู่รอบบริเวณวงเวียนใหญ่-ประชาธิปก นี่คือสิ่งที่คุณต้องเช็กและเตรียมตัวทันที:
- เช็กเส้นทางเลี่ยงก่อนสตาร์ทรถ: หลีกเลี่ยงถนนประชาธิปกเด็ดขาด และเปลี่ยนไปใช้ สะพานพระปกเกล้า (เข้าทางสมเด็จเจ้าพระยา) หรือ สะพานตากสิน แทน หากต้องการข้ามไปฝั่งพระนคร
- เผื่อเวลาเดินทางอย่างน้อย 45-60 นาที: เนื่องจากการปิดถนนประชาธิปกเป็นเวลา 1 สัปดาห์ จะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ทำให้ถนนลาดหญ้า ถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน และถนนอินทรพิทักษ์ ติดขัดอย่างหนักหน่วง
- ปรับมาใช้รถไฟฟ้า BTS/MRT: สำหรับผู้ที่เดินทางเข้าเมือง แนะนำให้เลี่ยงการใช้รถส่วนตัวแล้วหันมาใช้ BTS สถานีวงเวียนใหญ่ หรือ MRT สถานีอิสรภาพ จะเป็นทางเลือกที่ควบคุมเวลาได้ดีที่สุด
- เช็กประกาศจากโรงเรียนของบุตรหลาน: โรงเรียนในกลุ่มเสี่ยงรอบวงเวียนใหญ่และถนนประชาธิปกอาจมีการปรับรูปแบบการเรียนการสอนเป็นแบบ Online หรือปรับเวลาเข้า-เลิกเรียนเพื่อลดปัญหาจราจร โปรดติดตามไลน์กลุ่มผู้ปกครองอย่างใกล้ชิด
- สังเกต "สัญญาณเตือน" ของอาคารตนเอง: หากคุณอยู่ในรัศมีใกล้เคียง แม้จะเกิน 30 เมตรที่สั่งอพยพ ให้หมั่นเช็กผนังบ้านว่ามีรอยร้าวใหม่เกิดขึ้นไหม ประตูหน้าต่างเปิด-ปิดยากขึ้นหรือไม่ หรือมีเสียงลั่นจากโครงสร้าง ถ้ามีรอยเลื่อนให้ออกจากอาคารและแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที
ถอดบทเรียน: วงเวียนใหญ่วิกฤต เรื่องนี้ให้อะไรกับเราบ้าง?
เหตุการณ์ถนนประชาธิปกทรุดตัวในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของอุบัติเหตุระว่างก่อสร้าง แต่เป็นสัญญาณเตือนสำคัญที่ให้บทเรียนแก่คนเมืองและภาครัฐในหลายมิติ:
ความท้าทายของ "เมืองใต้ดิน": กรุงเทพฯ กำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่การมีโครงสร้างพื้นฐานใต้ดิน ทั้งรถไฟฟ้า อุโมงค์ระบายน้ำ และสายไฟลงดิน แต่ใต้พื้นผิวคอนกรีตที่เราเดิน คือ "ชั้นดินเหนียวกรุงเทพฯ" ที่อ่อนตัวสูงและมีน้ำบาดาลล้อมรอบ การก่อสร้างในอนาคตจึงต้องการความแม่นยำทางวิศวกรรมขั้นสูงสุด ความผิดพลาดเพียงนิดเดียวหมายถึงความปลอดภัยของชีวิตคนบนดิน
ระบบเตือนภัยและข้อมูลที่ต้องโปร่งใส: บทเรียนครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า ระบบการตรวจวัดความเคลื่อนไหวของดิน (Monitoring) ควรถูกยกระดับเป็นระบบสาธารณะที่ตรวจสอบได้ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่โดยรอบรับรู้ความเสี่ยงล่วงหน้า ไม่ใช่รู้เมื่อเกิดการอพยพด่วน
รับมือกับวิกฤต "ข่าวลวง" (Fake News) ในยุคภัยพิบัติ: ในอดีตเมื่อเกิดเหตุการณ์ตื่นตระหนก มักจะมีการขุดภาพเก่าที่ดูรุนแรงเกินจริงมาแชร์ต่อ เช่น ภาพเหตุการณ์ปี 2568 บทเรียนนี้สอนให้สังคมออนไลน์รู้เท่าทันว่า "สติในการเช็กข้อมูล สำคัญพอ ๆ กับการหนีภัย" การแชร์ข้อมูลที่ผิดพลาดอาจสร้างความโกลาหลซ้ำเติมสถานการณ์วิกฤตให้แย่ลงไปอีกครับ
หมายเหตุ: กองบรรณาธิการเรียบเรียงโดยอ้างอิงข้อมูลสถานการณ์ล่าสุดจากชุดคำสั่งและการประสานงานหน้างาน ณ วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ร่วมกับฐานข้อมูลอุบัติภัยย้อนหลังของ กทม.

CHECKLIST
เช็กให้ครบก่อนตัดสินใจ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อช่วยประกอบความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงิน การแพทย์ หรือการรับรองว่าผลิตภัณฑ์ใดเหมาะกับทุกคน เงื่อนไขจริงขึ้นอยู่กับสัญญา กรมธรรม์ ผู้ให้บริการ และข้อมูลเฉพาะบุคคล โปรดอ่านเอกสารและสอบถามผู้ให้บริการหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ
